วิธีปลูกแก้วมังกรในกระถาง

ต้องบอกว่ามีคนจำนวนมากชอบกินแก้วมังกร และเป็นสินค้าเกษตรชนิหนึ่งที่ราคาดีในระดับที่น่าพอใจ แต่ด้วยความที่ต้องใช้การดูแลอย่างดีกับใช้พื้นที่ในการปลูกพอสมควร จึงอาจจะไม่เหมาะกับคนมีพื้นที่น้อยบางท่าน ที่ต้องการปลูกไว้กินเอง หรือปลูกไว้เพื่อประดับภายในบ้าน วันนี้เราจึงมานำเสนอวิธีปลูกแก้วมังกรในกระถาง สำหรับที่สนใจเพื่อนำไปปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Dragon fruit

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ คือ

1. ดิน

2. ขุยมะพร้าว

3. ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยสูตร15-15-15 หรือ สูตร 16-16-16 และ 8-24-24

4. เสาไม้หรืออะไรก็ได้ยาวๆประมาณ 80-100ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-4นิ้ว

5. เชือก

6. กระถางดินเผา หน้ากว้าง 50-60 ซม.

7. ท่อนพันธุ์แก้วมังกรที่ต้องการปลูก

ปลูกแก้วมังกร

วิธีการปลูก

ง่ายๆเลยครับ มีเพียง 3ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนแรก

เริ่มจากนำกระถางดินเผาที่เตรียมไว้มา แล้วนำเสาที่เตรียมปักไว้แกนกลาง ต่อมานำขุยมะพร้าวใส่ลงไปให้ได้อัตรา 1ใน3ส่วนของกระถางเพื่อให้อากาศและน้ำถ่ายเทได้สะดวก จากนั้นนำดินที่เตรียมไว้ผสมกับขุยมะพร้าวก่อน แล้วนำไปใส่กระถางจนถึงขอบกระถาง

ขั้นตอนที่ 2

นำท่อนพันธุ์มังกที่เราเตรียมไว้ นำมาปลูกและผูกติดกับเสาแกนกลาง แล้วใช้เชือกมัดไว้ให้ติดกัน พยายามอย่ามัดให้แน่นมากเอาแค่พอดีไม่หลุด จะมัดจนกว่าจะสูงเกินเสาที่เราปักไว้ในแกนกลาง

Advertisements

*เคล็ดลับ ในการผูกท่อนพันธุ์กับเสา คือ ปกติต้นแก้วมังกรจะเป็นเหลี่ยมเป็นมุม แต่จะมีด้านนึงที่แบน เราจะนำดานแบนเข้าหาหลักที่ปักไว้ แล้วมัดด้วยเชือก เพราะรากจะออกมาจากด้านแบนครับ

วิธีปลูกแก้วมังกรในกระถาง

ขั้นตอนสุดท้าย

หลังจากทำตามทั้ง 2ขั้นตอนเสร้จเรียบร้อยแล้ว ให้นำดินที่ผสมไว้มากลบให้เรียบร้อย ถือว่าเสร็จเรียบร้อยครับ

การดูแล

ก็ง่ายๆ 2ขั้นตอนเท่านั้นครับ

  1. ในการรดน้ำ เนื่องจากโคนของแก้วมังกรเน่าได้ง่ายจึงควรรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ และควรรด 2-3 วัน/ครั้ง
  2. การใส่ปุ๋ย ถ้าเป็นปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ให้นำปุ๋ยใส่ประมาณ 3-4ช้อนโต๊ะ/15-20วัน และหลังจากใส่ปุ๋ย พยายามรดน้ำติดต่อกัน 3-4วัน โดยทำการรด (เช้า-เย็น)

แต่ถ้าหากเป็นปุ๋ยคอกที่มาจากมูลสัตว์ ให้ใส่เดือนละ 1ครั้ง แต่หลังจากปลูกได้ 6เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 โดยนำไปผสมกับสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ในอัตราส่วนเท่ากัน

ปลูกแก้วมังกรในกระถาง

ระยะเวลา

โดยผลผลิตที่ได้จะใช้เวลาประมาณ 9-12เดือน โดยในครั้งแรกจะได้ผลผลิตประมาณ 30-40ผล/1ค้าง ปีที่2 จะได้ผลผลิตประมาณ 50-80ผล/1ค้าง ปีที่3 จะได้ผลผลิตประมาณ 150-200ผล/1ค้าง หลังจากนั้น จะได้ผลผลิตประมาณ 300ผล/1ค้าง เลยทีเดียว โดย1ผลจะได้น้ำหนัก 2-3ขีดโดยประมาณ

ขอบคุณที่มาภาพ: kasetporpeangclub

Advertisements