กล้วยตานี

ชื่อสามัญ: Wild Balbisiana

ชื่อวิทยาศาสตร์: Musa balbisiana Colla.

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ: ในจังหวัดต่างๆก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันในภาคใต้จะเรียกกล้วยตานีว่า กล้วยพองลา ส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จะเรียกว่า กล้วยชะนี, กล้วยตานีใน, กล้วยป่า, กล้วยเมล็ด

ถิ่นกำเนิดของกล้วยตานี: กล้วยตานีนั้นไม่ได้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศไทย แต่แท้จริงแล้วมีถิ่นกำเนิดมาจาก แคว้นอัสสัมในประเทศอินเดีย

ผลกล้วยตานี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกล้วยตานี

กล้วยตานีนั้นจัดได้ว่าเป็นพืชล้มลุก ที่มีลำต้นสูงใหญ่ประมาณ 3-4เมตร โดยเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นจะอยู่ประมาณ 20ซม. โดยลำต้น, ก้านใบและใบจะมีสีเขียว ใบไม่มีร่อง พ้อมกับใบจะเหนียวและมีลักษะมันวาวกว่าใบของต้นกล้วยชนิดอื่น มีกาบปลีกลักษณะปลายมน ป้อม มี2สีคือด้านล่างมีสีแดงเข้ม ส่วนด้านบนมีสีแดงแต่จะอมม่วงและมีสีขาวๆอยู่บ้าง

ผล กล้วยตานี1เครือ จะมีทั้งหมด 8หวี และใน 1หวีก็จะมีอยู่ประมาณ 10 – 14ผล โดยลักษณะผลของกล้วยตานีจะมีลักษณะมีเหลี่ยม ผลป้อมและใหญ่ เมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลือง รสชาติหวาน แต่คนส่วนใหญ่นิยมกินกล้วยน้ำว้ามากกว่าเพราะกล้วยตานีนั้นมีเมล็ดอยู่เป็นจำนวนมาก

 

ฤดูกาลที่กล้วยตานีเจริญเติบโต: กล้วยตานีนั้นจะสามารถออกผลได้ตลอดทั้งปี

แหล่งปลูก: เราจะสามารถปลูกกล้วยตานีได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย

เมนูที่ทำจากกล้วยตานี: กล้วยนั้นถือว่าเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นจริงๆ โดยส่วนปลีและหยวกกล้วยนั้น สามารถนำไปปรุงอาหารได้ เช่น นำไปใส่แกงหรือหมกใส่ไก่ได้ หรือจะ กินสดโดยใส่กับผัดไทยก็สามารถทำได้ ผลอ่อนที่เมล็ดยังไม่แข็งมากสามารถนำมาตำทำเป็นตำกล้วยได้เมล็ดกล้วยตานี

 

สรรพคุณทางยาและประโยชน์ของกล้วยตานี

กล้วยนั้นถือว่ามีสรรพคุณต่างๆมากมาย ดังต่อไปนี้

  1. ถ้าหากนำใบที่แห้งแล้วนำไปต้มกับใบมะขาม สามารถนำน้ำมาอาบได้ เพื่อแก้ผดผื่นคันตามตัวได้
  2. ช่วยแก้ท้องเสียได้ โดยการนำผลดิบที่ยังอ่อนอยู่ นำมาฝานแล้วตากแดดไว้หลังจากนั้นนำมาบดแล้วรับประมานจะช่วยแก้ท้องเสียได้
  3. ช่วยแก้ร้อนใน ดับกระหายได้ โดยการนำรากมาต้มน้ำรับประทาน
  4. ลำต้น หรือกาบตรงลำต้น สามารถนำมาทำเป็นเชือกใช้ทอผ้าได้
  5. สามารถนำมาทำอาหารสัตว์หรืออาหารของคนได้
  6. ช่วยกันผมร่วงและเร่งให้ผมเจริญเติบโตเร็วขึ้น โดยนำลำต้นมาคั้นน้ำแล้วนำมาทากับผมตรงที่เราต้องการ
  7. ใบของกล้วยตานีนั้นจะนิยมนำมาทำงานประดิษฐ์ต่างๆเพราะใบกล้วยตานีนั้นมีใบที่ใหญ่และเหนียวไม่แตกง่าย
  8. ช่วยบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอกได้ โดยการนำใบกล้วยที่อ่อน นำมาอังไฟแล้วนำมาทาบริเวณที่เคล็ดขัดยอกจะช่วยบรรเทาได้
  9. หัวปลีนั้นสามารถใช้บำรุงน้ำนมมารดาได้ โดยวิธีการคือนำหัวปลีกไปต้มแล้วคั้นสด รับประทานจะช่วยบำรุงน้ำนมแม่ได้
  10. หัวปลีก็ยังสามารถรักษาโลหิตจางได้เพราะหัวปลีมีธาตุเหล็กอยู่มาก วิธีการทำโดยการนำหัวปลีไปตากแห้งแล้วรับประทาน สามารถใช้รักษาโลหิตจางได้

ปลีกล้วยตานี

ขอบคุณภาพจาก www.flickr.com ( Manfred Sommer, Forest and Kim Starr)